ค่าไตในใบผลตรวจมีอะไรบ้าง

ชุดตรวจที่คนไทยเรียกว่า “ค่าไต” มักมี Creatinine และ BUN (ยูเรียไนโตรเจนในเลือด) พร้อม eGFR ซึ่งเป็นอัตราการกรองของไตที่คำนวณจาก Creatinine บางแห่งเพิ่มเกลือแร่ที่ไตช่วยรักษาสมดุล ได้แก่ โซเดียม โพแทสเซียม คลอไรด์ และไบคาร์บอเนต และบางแห่งเพิ่มกรดยูริก น้ำตาล หรือแคลเซียม รายการจริงต่างกันไปตามโรงพยาบาลและแพ็กเกจ จึงควรดูบรรทัดที่พิมพ์อยู่ในใบผลตรวจของคุณเอง

บรรทัดเหล่านี้ต้องอ่านเป็นชุด ไม่ใช่ทีละบรรทัด Creatinine และ eGFR บอกเรื่องการกรอง BUN อ่านเทียบกับ Creatinine ส่วนเกลือแร่บอกเรื่องสมดุลที่ไตดูแลอยู่ Creatinine เป็นของเสีย eGFR เป็นตัวเลขประมาณที่คำนวณจากมัน และทั้งสองค่าไม่ใช่การวินิจฉัยเมื่อดูจากวันเดียว

Creatinine สะท้อนกล้ามเนื้อพอ ๆ กับไต

Creatinine คือของเสียจากกล้ามเนื้อ และไตเป็นผู้ขับออก ระดับในเลือดจึงขึ้นกับสองเรื่อง คือไตขับได้ดีแค่ไหน และมีกล้ามเนื้อผลิตมันออกมามากแค่ไหน ห้องปฏิบัติการของศิริราชใช้ค่าอ้างอิง Creatinine ในพลาสมา 0.67–1.17 mg/dL ในผู้ชาย และ 0.51–0.95 mg/dL ในผู้หญิง

ครึ่งหลังนี้อธิบายผลที่ดูขัดแย้งกันได้ ชายหนุ่มที่ล่ำสันกับหญิงสูงวัยร่างเล็กที่ไตทำงานเท่ากัน จะมี Creatinine ไม่เท่ากัน แนวทาง KDIGO ระบุสาเหตุที่พบบ่อยไว้ ได้แก่ กล้ามเนื้อมากหรือน้อยผิดปกติ การเพาะกาย การออกกำลังกายหนักมาก อาหารโปรตีนสูงและอาหารเสริมครีเอทีน รวมถึงการกินมังสวิรัติหรืออาหารโปรตีนต่ำ ซึ่งล้วนทำให้ Creatinine ขยับได้โดยที่ไตไม่ได้เปลี่ยน

แม้แต่มื้อเดียวก็มีผล เนื้อสัตว์หรือปลาที่ปรุงสุกหนึ่งมื้อทำให้ Creatinine เพิ่มได้ราว 0.23 mg/dL พอที่จะทำให้ eGFR ลดลงประมาณ 20 หน่วย การเว้นอย่างน้อย 12 ชั่วโมงหลังมื้อแบบนี้ช่วยเลี่ยงผลดังกล่าว

นี่คือเหตุผลที่ช่วงอ้างอิงแยกตามเพศ และเหตุผลที่ Creatinine ที่ชนขีดบนในคนที่มีกล้ามเนื้อน้อย ควรได้รับความสนใจมากกว่าตัวเลขเดียวกันในคนที่มีกล้ามเนื้อมาก

eGFR เป็นตัวเลขที่คำนวณ ไม่ใช่ค่าที่วัดได้

อัตราการกรองของไตที่พิมพ์อยู่ในใบผลตรวจไม่ได้วัดจริง แต่คำนวณจาก Creatinine ร่วมกับอายุและเพศด้วยสมการ จึงมีความไม่แน่นอนของสมการติดมาด้วย ห้องปฏิบัติการของศิริราชระบุว่าคำนวณด้วยสมการ CKD-EPI ปี 2009 ในผู้ที่อายุเกิน 18 ปี ขณะที่ในสหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญโรคไตแนะนำตั้งแต่ปี 2021 ให้เปลี่ยนไปใช้สมการใหม่ที่ไม่มีตัวแปรเชื้อชาติ ห้องแล็บแต่ละแห่งจึงอาจใช้สมการไม่เหมือนกัน

ตัวเลขนี้ปรับให้เป็นขนาดร่างกายเฉลี่ย ไม่ได้เจาะจงกับร่างกายของคุณ ผลในทางปฏิบัติคือ eGFR ดีมากสำหรับดูแนวโน้ม แต่ไม่ดีสำหรับอ่านทศนิยมจากค่าครั้งเดียว เมื่อกล้ามเนื้อมากหรือน้อยผิดปกติ แพทย์อาจใช้ตัวบ่งชี้ที่สอง คือ cystatin C เพื่อยืนยัน

ค่าสองค่าจากห้องแล็บต่างแห่ง หรือจากสมการต่างกัน จึงเทียบกันตรง ๆ ไม่ได้ ถ้ากราฟของคุณกระโดดในช่วงที่เปลี่ยนโรงพยาบาล การกระโดดนั้นมาจากวิธีตรวจ ไม่ใช่จากไต

ค่า eGFR ปกติตามอายุคือเท่าไร

eGFR ลดลงตามอายุ แม้ในคนที่ไม่มีโรคไต มูลนิธิโรคไตแห่งชาติสหรัฐอเมริกาให้ค่าเฉลี่ยราว 116 ในคนอายุ 20–29 ปี และราว 75 ในคนอายุ 70 ปีขึ้นไป eGFR 85 ในคนอายุ 70 ปี จึงมีความหมายต่างจากตัวเลขเดียวกันในคนอายุ 25 ปี

เครื่องมือประเมินความเสี่ยงโรคไตของคนไทย (Thai CKD risk score) ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ระบุว่าการทำงานของไตปกติอยู่ระหว่าง 100–120 มล./นาที/1.73 ตร.ม. ถ้าต่ำกว่า 60 อาจมีโรคไต และถ้าต่ำกว่า 10 อาจต้องล้างไต

ช่วงอ้างอิงทำให้เข้าใจผิดได้มากที่สุดตรงนี้ แต่ละช่วงทำให้คนสุขภาพดีราว 1 ใน 20 คนอยู่นอกช่วงในการตรวจครั้งหนึ่ง และขีดเดียวที่ใช้กับทุกวัยก็ไม่ได้สะท้อนการลดลงช้า ๆ ตามอายุ

116
eGFR เฉลี่ยในคนอายุ 20–29 ปี[3]
75
eGFR เฉลี่ยในคนอายุ 70 ปีขึ้นไป[3]

ผลครั้งเดียวยังไม่ใช่โรคไตเรื้อรัง

eGFR ที่ต่ำเพียงครั้งเดียว เป็นสิ่งที่ตรวจพบ ไม่ใช่การวินิจฉัย โรคไตเรื้อรังนิยามจากความผิดปกติที่คงอยู่อย่างน้อย 3 เดือน โดยทั่วไปคือ eGFR ต่ำกว่า 60 หรือมีอัลบูมินในปัสสาวะเทียบกับครีเอตินินตั้งแต่ 30 mg/g ขึ้นไป ที่ยังพบเมื่อตรวจซ้ำ เว้นแต่มีหลักฐานก่อนหน้าว่าเป็นมานานแล้ว โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ใช้นิยามเดียวกัน คือไตทำงานลดลงหรือมีความผิดปกติของไต เช่น โปรตีนรั่วในปัสสาวะ นานเกิน 3 เดือน และแบ่งเป็น 5 ระยะตาม eGFR

ค่าที่ต่ำจึงมักถูกตรวจซ้ำก่อนจะลงมือทำอะไร และปัสสาวะสำคัญพอ ๆ กับเลือด แนวทางสากลแนะนำให้ตรวจทั้งอัลบูมินในปัสสาวะและอัตราการกรองในคนที่มีความเสี่ยง อัลบูมินในปัสสาวะให้ข้อมูลที่ไม่มีบรรทัดไหนในเลือดบอกได้

อีกด้านก็จริงไม่แพ้กัน โรคไตระยะแรกพบบ่อยและเงียบ การศึกษา Thai SEEK ในผู้ใหญ่ไทย 3,459 คน พบโรคไตเรื้อรัง 17.5% (14.4% เมื่อปรับตามผลปัสสาวะที่ยืนยันได้) โดยระยะแรกพบบ่อยพอ ๆ กับระยะหลัง แต่มีผู้ที่รู้ตัวว่าเป็นเพียง 1.9% ปัจจัยที่สัมพันธ์ ได้แก่ อายุ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง กรดยูริกสูง นิ่วในไต และการใช้ยาแผนโบราณ ถ้าคุณเป็นเบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ให้ถามว่าการตรวจไตของคุณรวมการตรวจปัสสาวะด้วยหรือไม่

  1. นี่เป็นค่าต่ำครั้งแรกหรือไม่ค่าที่เห็นครั้งเดียวจะถูกตรวจซ้ำ ค่าเดิมในการเจาะหลายครั้งห่างกันหลายเดือนต่างหากที่เป็นแนวโน้ม
  2. เคยตรวจปัสสาวะแล้วหรือยังอัตราส่วนอัลบูมินต่อครีเอตินินในปัสสาวะแสดงความเสียหายของไตได้ แม้ eGFR ยังดูปกติ

BUN และค่าอื่นในชุด

BUN สูงขึ้นได้เมื่อร่างกายขาดน้ำ เมื่อกินโปรตีนสูง และเมื่อมีเลือดออกในทางเดินอาหาร ไม่ใช่เฉพาะเมื่อไตทำงานลดลง คู่มือห้องปฏิบัติการของศิริราชเองก็ระบุการประเมินภาวะขาดน้ำเป็นข้อบ่งชี้หนึ่งของการตรวจ BUN จึงต้องอ่านคู่กับ Creatinine ไม่ใช่อ่านลำพัง และความสัมพันธ์ระหว่างสองค่าให้ข้อมูลที่แต่ละค่าไม่มี

เกลือแร่ในชุดเดียวกันบอกเรื่องสมดุลที่ไตดูแล ได้แก่ โซเดียม โพแทสเซียม คลอไรด์ และไบคาร์บอเนต ค่าเหล่านี้ขยับได้จากหลายสาเหตุ รวมถึงยาที่ใช้กันทั่วไปหลายชนิด เช่น ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs และยาความดันบางกลุ่ม ซึ่งศิริราชระบุว่าเป็นเหตุผลให้ตรวจค่าไตก่อนและหลังใช้ยา และต้องอ่านเป็นกลุ่มเช่นกัน

การตรวจ Creatinine และ BUN เองไม่ต้องเตรียมผู้ป่วยตามคู่มือของศิริราช การงดอาหารจะขึ้นกับรายการอื่นที่เจาะพร้อมกัน เช่น น้ำตาลในเลือด