ตรวจสุขภาพประจำปี มีอะไรบ้างในส่วนของการตรวจเลือด

แพ็กเกจตรวจสุขภาพในไทยไม่ได้มีรายการเดียวที่ทุกโรงพยาบาลใช้เหมือนกัน ส่วนที่เป็นการเจาะเลือดมักประกอบด้วยความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC) น้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร (FBS) ไขมันในเลือด การทำงานของไตและตับ และกรดยูริก บางแพ็กเกจเพิ่มการตรวจเกลือแร่ในเลือด ไทรอยด์ หรือธาตุเหล็ก ดังนั้นคนสองคนที่บอกว่า « ตรวจสุขภาพมาแล้ว » อาจได้ใบผลแล็บ 8 บรรทัดหรือ 40 บรรทัดก็ได้

สิ่งแรกที่ควรดูในผลแล็บของคุณคือ มีการตรวจชุดไหนบ้าง ตารางด้านล่างครอบคลุมรายการที่พบบ่อยที่สุดในแพ็กเกจของโรงพยาบาลและแล็บเอกชน แต่ละชุดมีหน้าอธิบายของตัวเองบนเว็บไซต์นี้ ว่าชุดนั้นวัดอะไร และควรดูบรรทัดไหนคู่กับบรรทัดไหน

ชุดการตรวจจำนวนบรรทัดดูอะไร
ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)8–20เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว เกล็ดเลือด และขนาดของเม็ดเลือดแดง
น้ำตาลในเลือด1–2FBS และในบางแพ็กเกจ น้ำตาลสะสม (HbA1c)
ไขมันในเลือด2–4คอเลสเตอรอลรวม ไตรกลีเซอไรด์ HDL และ LDL
การทำงานของไต2–3BUN, Creatinine และ eGFR ที่คำนวณจาก Creatinine
การทำงานของตับ2–6SGOT (AST), SGPT (ALT), ALP และบางครั้งบิลิรูบินกับอัลบูมิน
กรดยูริก1ความเสี่ยงโรคเกาต์
รายการเสริม1–4เกลือแร่ (Na, K, Cl, CO2) ไทรอยด์ (TSH) หรือธาตุเหล็ก (Ferritin)

ผลเลือดจากการตรวจสุขภาพบอกอะไรได้บ้าง

ถ้าดูเป็นกลุ่ม ผลเลือดจากการตรวจสุขภาพตอบคำถามกว้าง ๆ ได้ไม่กี่ข้อ ว่าร่างกายทำงานอย่างไรในสัปดาห์นี้ เช่น มีภาวะซีดไหม และน่าจะเป็นแบบไหน น้ำตาลอยู่ในช่วงที่ควรคุยกับแพทย์หรือยัง ไตหรือตับทำงานหนักหรือเปล่า และรูปแบบไขมันเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจในอีกหลายปีข้างหน้าหรือไม่

ทุกข้อเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่คำตัดสิน ตัวอย่างที่ชัดคือเบาหวาน ซึ่งไม่ได้วินิจฉัยจาก FBS ครั้งเดียว ในการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย (NHES) ปี 2563 พบผู้ใหญ่ไทยเป็นเบาหวานราว 10.1% และในกลุ่มนี้มีเพียง 62.8% ที่รู้ตัวว่าเป็น การตรวจเลือดประจำปีจึงมีประโยชน์จริงในข้อนี้ ถ้าตามด้วยการตรวจยืนยัน

  1. ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดภาวะซีด และจากขนาดของเม็ดเลือดแดง เบาะแสแรกของสาเหตุ รวมถึงเม็ดเลือดขาวหรือเกล็ดเลือดที่สูงหรือต่ำผิดปกติ
  2. น้ำตาลในเลือดFBS 100–125 mg/dL คือช่วงเสี่ยงเบาหวาน ส่วนตั้งแต่ 126 mg/dL ขึ้นไปเข้าเกณฑ์เบาหวาน โดยต้องยืนยันด้วยการตรวจซ้ำ
  3. ไตและตับCreatinine และ eGFR บอกการกรองของไต SGOT, SGPT และ ALP บอกว่าตับและทางเดินน้ำดีทำงานหนักหรือไม่
  4. ความเสี่ยงหัวใจระยะยาวแนวทางของสหรัฐอเมริกาถือว่าLDL ตั้งแต่ 190 mg/dLขึ้นไปเป็นระดับรุนแรงในตัวเอง โดยไม่ต้องคำนวณความเสี่ยงก่อน

สิ่งที่การตรวจสุขภาพประจำปีตรวจไม่เจอ

ผลเลือดจากการตรวจสุขภาพทั่วไปไม่ใช่การคัดกรองมะเร็ง แม้แต่สารบ่งชี้มะเร็งที่ออกแบบมาเพื่อมะเร็งโดยตรงก็ยังใช้คัดกรองคนที่ไม่มีอาการได้ไม่ดี สถาบันมะเร็งแห่งชาติของสหรัฐอเมริการะบุว่า สารเหล่านี้พลาดผู้ป่วยจำนวนมาก และสูงขึ้นได้จากโรคที่ไม่ใช่มะเร็ง CBC และค่าเคมีในเลือดที่ปกติจึงไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับมะเร็งส่วนใหญ่

การตรวจสุขภาพยังไม่ครอบคลุมสิ่งที่ไม่ได้สั่งตรวจ วิตามินดี วิตามินบี 12 ธาตุเหล็กสะสม ฮอร์โมน และการติดเชื้อส่วนใหญ่ เป็นการตรวจแยกต่างหาก ส่วนค่าไขมันวัดสารในเลือด ไม่ได้วัดสภาพของหลอดเลือด

สุดท้าย ผลตรวจบอกเพียงเช้าวันเดียว เหมือนภาพถ่ายหนึ่งภาพ ไม่ใช่ภาพยนตร์ โรงพยาบาลศิริราชเองก็เขียนไว้ในหน้าบริการตรวจสุขภาพว่า การตรวจสุขภาพไม่ได้เป็นการรับประกันว่าจะปลอดจากโรค เพียงช่วยให้พบโรคบางอย่างในระยะเริ่มต้น

ดูผลเป็นกลุ่ม ไม่ใช่ไล่จากบนลงล่าง

ลำดับที่มีประโยชน์ไม่ใช่ลำดับที่พิมพ์อยู่บนกระดาษ เริ่มจากเหตุผลที่ตรวจ ถ้าตรวจเพราะอ่อนเพลีย คำตอบมักอยู่ที่ CBC และการตรวจธาตุเหล็ก ส่วนแคลเซียมที่สูงนิดหน่อยอาจเป็นแค่เสียงรบกวน จากนั้นดูแต่ละกลุ่มเป็นหนึ่งเดียว ฮีโมโกลบินคู่กับ MCV, SGPT คู่กับ SGOT, Creatinine คู่กับ eGFR

ในคนไทย คู่ฮีโมโกลบินกับ MCV มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะเม็ดเลือดแดงที่เล็กกว่าปกติ (MCV ต่ำ) อาจมาจากธาลัสซีเมียแฝงซึ่งพบบ่อยในประเทศไทย หรือมาจากการขาดธาตุเหล็กก็ได้ สองสาเหตุนี้ดูคล้ายกันบนใบผล แต่ดูแลต่างกันมาก

หลังจากนั้นจึงค่อยดูบรรทัดที่มีเครื่องหมาย และถามว่าห่างจากช่วงค่าอ้างอิงแค่ไหน ไม่ใช่แค่ว่าอยู่นอกช่วงหรือไม่ รูปแบบใบผลแล็บต่างกันไปในแต่ละแห่ง แต่ลำดับการดูเหมือนกันเสมอ คือ ชื่อการตรวจ ค่า หน่วย ช่วงค่าอ้างอิง แล้วจึงเครื่องหมาย ซึ่งอาจเป็นตัว H หรือ L ดอกจัน ตัวหนา สีแดง ลูกศร หรือไม่มีอะไรเลย

เตรียมใจไว้ว่าอาจเจอเครื่องหมายสักหนึ่งหรือสองบรรทัดแม้ร่างกายปกติ ช่วงค่าอ้างอิงแต่ละช่วงกำหนดให้คนสุขภาพดีราว 1 ใน 20 คนอยู่นอกช่วงอยู่แล้ว เมื่อมีหลายสิบบรรทัด คนที่แข็งแรงดีมีโอกาสเจออย่างน้อยหนึ่งเครื่องหมายมากกว่าไม่เจอ

สุดท้าย เทียบกับผลปีก่อนถ้ามี ค่าที่ค่อย ๆ ขยับขึ้นทุกปีแม้ยังอยู่ในช่วงปกติ อาจบอกอะไรได้มากกว่าค่าที่ผิดปกติเพียงครั้งเดียว

เตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพประจำปี

การเตรียมตัวขึ้นกับรายการที่สั่งตรวจ ไม่ใช่คำว่า « ตรวจสุขภาพ » CBC ไม่ต้องเตรียมอะไรเป็นพิเศษ ส่วนน้ำตาลขณะอดอาหารต้องงดอาหาร โรงพยาบาลศิริราชให้ผู้ที่ตรวจน้ำตาลและไขมันงดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด 10–12 ชั่วโมง ตั้งแต่ 20.00 น. ของคืนก่อน ยกเว้นน้ำเปล่าที่ดื่มได้

สำหรับไขมันในเลือด ข้อมูลทางวิชาการเปลี่ยนไปแล้ว สมาคมวิชาชีพในยุโรปแนะนำตั้งแต่ปี 2559 (ค.ศ. 2016) ให้ตรวจไขมันโดยไม่ต้องอดอาหารเป็นค่าเริ่มต้น แต่โรงพยาบาลและแล็บในไทยส่วนใหญ่ยังให้งดอาหาร ให้ทำตามคำแนะนำของสถานที่ที่คุณไปตรวจ เพราะแล็บแปลผลโดยถือว่าคุณทำตามนั้น

วิธีเจาะเลือดก็มีผล ข้อแนะนำการเจาะเลือดของยุโรปให้คลายสายรัดแขนทันทีที่เลือดไหล และไม่ให้กำมือแบมือซ้ำ ๆ ระหว่างเจาะ

ควรตรวจสุขภาพบ่อยแค่ไหน และใช้สิทธิอะไรได้บ้าง

ไม่มีตารางเวลาที่แนะนำสำหรับ « แพ็กเกจ » ทั้งชุด มีเพียงคำถามบางข้อในนั้นที่มีจังหวะของตัวเอง โรงพยาบาลหลายแห่งแนะนำให้เริ่มตรวจสุขภาพประจำปีตั้งแต่อายุ 20 ปี แล้วเพิ่มรายการตามวัยและปัจจัยเสี่ยง

ผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ใช้สิทธิตรวจสุขภาพ 14 รายการของสำนักงานประกันสังคมได้ที่สถานพยาบาลที่ร่วมโครงการ ส่วนที่เป็นการเจาะเลือดได้แก่ CBC, FBS, การทำงานของไต (Creatinine และ eGFR), คอเลสเตอรอลรวมกับ HDL และไวรัสตับอักเสบบี (HBsAg) สังเกตว่าไม่ได้รวมไตรกลีเซอไรด์และ LDL

ถ้าจ่ายเอง ราคาต่างกันมาก (สำรวจวันที่ 11 ตุลาคม 2569) ศิริราชระบุค่าตรวจสุขภาพสำหรับประชาชนทั่วไปราว 1,000 บาท แพ็กเกจของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งอยู่ที่ 3,000 ถึง 8,900 บาท และอีกแห่งระบุช่วง 3,200 ถึง 28,000 บาท

นอกเหนือจากนั้น จังหวะการตรวจมาจากตัวคุณเอง เช่น โรคที่กำลังติดตาม ยาที่ต้องเฝ้าระวัง หรืออาการที่กำลังหาสาเหตุ การตรวจทั้งชุดซ้ำทุกปีในผู้ใหญ่ที่แข็งแรงโดยไม่มีคำถามอะไร ส่วนใหญ่เพิ่มแค่โอกาสเจอเครื่องหมายผิดปกติ

ตรวจสุขภาพทั่วไปช่วยได้จริงไหม

เรื่องนี้หลักฐานชัดเจนอย่างน่าแปลกใจ และสวนทางกับความรู้สึก การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบของ Cochrane รวมการทดลองแบบสุ่ม 17 ฉบับ ผู้เข้าร่วม 251,891 คน เพื่อดูว่าการตรวจสุขภาพทั่วไปในผู้ใหญ่ช่วยลดการเจ็บป่วยหรือการเสียชีวิตหรือไม่ ผลคือแทบไม่มีผลต่อการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุหรือจากมะเร็ง ด้วยหลักฐานความเชื่อมั่นสูง และน่าจะไม่มีผลต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจ

สิ่งที่การตรวจสุขภาพทำให้เกิดคือการวินิจฉัย ในการทดลองหนึ่ง กลุ่มที่ได้รับการตรวจสุขภาพได้รับการวินิจฉัยโรคใหม่มากขึ้น 20% ในหกปี เทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้ตรวจ ได้ชื่อโรคเพิ่ม แต่ผลลัพธ์ไม่ได้เปลี่ยน

ขอบเขตของข้อสรุปนี้แคบและสำคัญมาก มันพูดถึงการคัดกรองผู้ใหญ่ที่ไม่มีอาการ หลายระบบพร้อมกัน ไม่ได้พูดถึงการตรวจที่แพทย์สั่งเพราะมีเหตุผล ไม่ได้พูดถึงการติดตามโรคที่เป็นอยู่ และไม่ได้พูดถึงการหาสาเหตุของอาการ สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่การตรวจสุขภาพทั่วไป แต่เป็นคำถามที่มีคำตอบรออยู่ และยังควรตรวจ

คำถามที่ควรนำไปถามแพทย์

นำใบผลแล็บตัวจริงไปด้วย ไม่ใช่ภาพถ่ายตัวเลขบรรทัดเดียว หน่วยและช่วงค่าอ้างอิงต่างกันในแต่ละแล็บ และ 14 ในหน่วย g/dL ไม่ใช่ 14 ในหน่วย g/L

ผลบางอย่างไม่ควรรอถึงการตรวจครั้งหน้า ค่าที่ห่างจากช่วงอ้างอิงมาก หลายบรรทัดในกลุ่มเดียวกันผิดปกติไปพร้อมกัน หรือผลที่ตรงกับอาการ เช่น มีไข้ ช้ำง่ายผิดปกติ หรือเหนื่อยหอบมากขึ้น เป็นเหตุผลให้ติดต่อสถานพยาบาลที่ตรวจ แทนที่จะรอ ถ้าแล็บหรือแพทย์ติดต่อคุณก่อน ให้ทำตามคำแนะนำนั้น

  1. ตรวจรายการนี้เพราะอะไรเหตุผลของการตรวจบอกว่ากลุ่มไหนถือคำตอบ และเครื่องหมายไหนเป็นแค่เสียงรบกวน
  2. ห่างจากช่วงปกติแค่ไหนถามว่าค่าที่มีเครื่องหมายเพิ่งเลยเส้นมานิดเดียว หรือห่างออกไปมาก และระยะห่างนั้นเปลี่ยนอะไรหรือไม่
  3. ค่าเปลี่ยนไปจากเดิมไหมขอเทียบกับผลครั้งก่อน ถ้าเป็นแล็บเดียวกันยิ่งดี จะได้ไม่เข้าใจผิดว่าการเปลี่ยนวิธีตรวจคือการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย
  4. ขั้นต่อไปคืออะไรตรวจซ้ำ ตรวจเพิ่ม หรือไม่ต้องทำอะไร ทั้งหมดเป็นคำตอบที่ถูกต้องได้ การรู้ว่าเป็นแบบไหนช่วยไม่ให้ต้องรอด้วยความกังวล