อ่านตรงนี้ก่อนดูตาราง
ตารางค่าเลือดปกติในหน้านี้รวบรวมช่วงที่ใช้กันทั่วไปในผู้ใหญ่ สำหรับรายการที่พบบ่อยในใบผลตรวจสุขภาพ ได้แก่ ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด น้ำตาลและ HbA1c ค่าไต ค่าตับ TSH เฟอร์ริติน และไขมัน LDL ใช้เป็นตัวช่วยอ่าน ไม่ใช่คำตัดสิน เพราะช่วงที่ใช้กับค่าของคุณคือช่วงที่โรงพยาบาลพิมพ์ไว้ข้าง ๆ ค่านั้นบนใบผลแล็บของคุณเอง
ตัวอย่างใกล้ตัวที่สุดมาจากแหล่งข้อมูลไทยสองแห่ง สมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทยระบุค่าฮีโมโกลบินปกติของผู้หญิงที่ 12–15 g/dL ส่วนโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ระบุ 12–16 g/dL ทั้งสองแหล่งถูกต้อง เพียงแต่ใช้เครื่อง วิธีตรวจ และกลุ่มคนอ้างอิงต่างกัน
บทความทบทวนของนักเทคนิคการแพทย์ไทยในวารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยปทุมธานี เขียนไว้ชัดว่าค่าปกติอาจต่างกันในแต่ละห้องปฏิบัติการ ขึ้นกับชนิดของน้ำยา หลักการตรวจ และเครื่องมือที่ใช้ ส่วนบทความทบทวนในวารสารแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวของสหรัฐฯ ปี 2025 ชี้ว่ามีเพียงไม่กี่รายการที่ทุกวิธีตรวจให้ผลตรงกัน คือ คอเลสเตอรอล ครีเอตินีน และ HbA1c
ห้องปฏิบัติการสร้างช่วงค่าปกติอย่างไร
การตั้งช่วงค่าอ้างอิง ห้องปฏิบัติการต้องตรวจคนสุขภาพดีอย่างน้อย 120 คนในกลุ่มอายุ เพศ และวิธีตรวจเดียวกัน แล้วเก็บช่วงที่ผลของคนส่วนใหญ่ตกอยู่ ในการตรวจแต่ละรายการ คนสุขภาพดีราว 1 ใน 20 คนจะอยู่นอกช่วงนี้ คนกลุ่มนี้ไม่ได้ป่วย เพียงแค่อยู่ที่ขอบ
ผลที่ตามมาซึ่งแทบไม่มีใครบอกคือ ถ้าตรวจ 20 รายการ คนสุขภาพดีราว 2 ใน 3 คนจะมีค่าที่ถูกทำเครื่องหมาย H หรือ Lอย่างน้อยหนึ่งค่า ยิ่งชุดตรวจยาว ยิ่งมีเครื่องหมายมาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติมากกว่าข้อยกเว้น
ในไทย ห้องปฏิบัติการที่ต้องการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานสากล ISO 15189 ได้รับการตรวจประเมินจากสำนักมาตรฐานห้องปฏิบัติการ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นหน่วยรับรองแห่งเดียวของประเทศสำหรับมาตรฐานนี้ และมีห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ผ่านการรับรองสะสม 201 แห่งจนถึงปี พ.ศ. 2562 การรับรองนี้ยืนยันว่าห้องปฏิบัติการทำงานอย่างมีระบบ แต่ไม่ได้ทำให้ช่วงค่าปกติของทุกแห่งเท่ากัน
ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
ค่าด้านล่างเป็นของผู้ใหญ่ตามตารางของสมาคมโลหิตวิทยาแห่งประเทศไทย หน่วยอาจต่างกันในแต่ละที่ เช่น 4,000–10,000 เซลล์ต่อไมโครลิตร เท่ากับ 4.0–10.0 ×10³/µL และ 150,000–450,000 ต่อไมโครลิตร เท่ากับ 150–450 ×10³/µL
ฮีโมโกลบินคือรายการที่เพศมีผลมากที่สุด งานวิเคราะห์ข้อมูลคนสุขภาพดีจากแปดประเทศเพื่อประกอบการพิจารณาขององค์การอนามัยโลกในปี 2024 กำหนดเกณฑ์ล่างไว้ราว 12.0 g/dL สำหรับผู้หญิงที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ และ 13.5 g/dL สำหรับผู้ชาย ตารางไทยใช้ 13 สำหรับผู้ชาย ความต่างครึ่งหน่วยแบบนี้คือเหตุผลที่ใบผลของคุณเองเป็นตัวตัดสิน
ในไทยยังมีอีกเรื่องที่ทำให้การอ่านค่าเม็ดเลือดแดงซับซ้อน คนไทยราวร้อยละ 30–40 มียีนธาลัสซีเมีย ซึ่งทำให้ MCV และฮีโมโกลบินต่ำได้โดยไม่ได้ขาดธาตุเหล็ก การศึกษาในภูมิภาคเดียวกันจึงต้องใช้วิธีพิเศษคัดคนที่ขาดเหล็กและพาหะออกก่อนสร้างช่วงอ้างอิง ให้อ่าน CBC เป็นกลุ่ม คือฮีโมโกลบินคู่กับMCV ที่บอกขนาดเม็ดเลือดแดงและค่าเฟอร์ริติน
น้ำตาล ตับ ไต และไทรอยด์
รายการที่ใช้เป้าหมายแทนช่วงปกติ เช่น ไขมัน LDL ตัวเลขขึ้นกับความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดของคุณ แพทย์เป็นผู้กำหนด ไม่ใช่ห้องปฏิบัติการ ใบผลแล็บในไทยส่วนใหญ่รายงานน้ำตาลและไขมันเป็น mg/dL
ครีอะตินีนสร้างจากกล้ามเนื้อและถูกขับออกทางไต สมการที่แปลงเป็น eGFR จึงใช้อายุและเพศแทนมวลกล้ามเนื้อ eGFR เป็นค่าที่คำนวณ ไม่ใช่ค่าที่วัดได้โดยตรง โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ใช้เกณฑ์ครีอะตินีนไม่เกิน 1.02 mg/dL ในผู้หญิง และไม่เกิน 1.18 mg/dL ในผู้ชาย
ALT เป็นรายการที่เพดานบนต่างกันมากที่สุดระหว่างห้องแล็บ แนวทางของสมาคมโรคทางเดินอาหารสหรัฐฯ ระบุว่าค่า ALT ของคนสุขภาพดีจริง ๆ อยู่ที่ 29–33 U/L ในผู้ชาย และ 19–25 U/L ในผู้หญิง ต่ำกว่าเพดานที่หลายแห่งพิมพ์ ค่าเดียวกันจึงอาจถูกทำเครื่องหมายที่หนึ่ง แต่ไม่ถูกทำเครื่องหมายอีกที่หนึ่ง
TSH มีข้อมูลจากคนไทยโดยตรง ทีมโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตรวจคนสุขภาพดี 216 คนและได้ช่วง 0.35–3.98 mIU/L ในผู้ใหญ่อายุ 18–59 ปี และ 0.42–4.83 mIU/L ในผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป ส่วนเฟอร์ริตินมีกับดัก คือค่าจะสูงขึ้นเมื่อมีการอักเสบ ค่าที่ดูปกติระหว่างติดเชื้อจึงอาจซ่อนภาวะขาดธาตุเหล็กไว้ได้
| รายการตรวจ | ช่วงที่พบบ่อย | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| น้ำตาลหลังงดอาหาร (FBS) | 70 – 99 mg/dL | ต้องงดอาหาร 100–125 คือช่วงเสี่ยงเบาหวาน |
| HbA1c | < 5.7 % | ค่าเฉลี่ยราว 3 เดือน ไม่ต้องงดอาหาร |
| ครีอะตินีน | ชาย ≤ 1.18 · หญิง ≤ 1.02 mg/dL | ขึ้นกับมวลกล้ามเนื้อ อ่านคู่กับ eGFR |
| eGFR | ≥ 90 mL/min/1.73 m² | ค่าประมาณจากสูตร ไม่ใช่ค่าที่วัด |
| ALT (SGPT) | เพดานต่างกันมากแต่ละแล็บ | อ่านคู่กับ AST และ GGT เสมอ |
| TSH | 0.35 – 3.98 mIU/L (18–59 ปี) | สูงขึ้นเล็กน้อยในผู้สูงอายุ ตรวจตอนเช้าดีกว่า |
| เฟอร์ริติน | ต่ำกว่า 30 µg/L บ่งชี้ขาดเหล็ก | สูงขึ้นเมื่ออักเสบ อาจบังภาวะขาดเหล็ก |
| ไขมัน LDL | เป็นเป้าหมาย ไม่ใช่ช่วง | < 116 mg/dL สำหรับผู้ที่ความเสี่ยงต่ำ |
ช่วงอ้างอิง เป้าหมาย และเกณฑ์วินิจฉัย
ตัวเลขในตารางแบบนี้ไม่ได้เป็นช่วงอ้างอิงทั้งหมด และการปนกันคือต้นเหตุของความกังวลที่ไม่จำเป็น บนใบผลแล็บมีตัวเลขอยู่สี่แบบ แต่ละแบบตอบคำถามต่างกัน
ช่วงเสี่ยงเบาหวานในตารางเป็นเกณฑ์แบบที่สอง HbA1c ไม่ต้องงดอาหาร และตั้งแต่ปี 2016 สมาคมด้านห้องปฏิบัติการและหลอดเลือดแดงแข็งของยุโรปแนะนำว่าการตรวจไขมันตามปกติไม่จำเป็นต้องงดอาหาร แม้หลายโรงพยาบาลในไทยยังให้งดอาหารก่อนตรวจ
- 100–125
- น้ำตาลหลังงดอาหารในหน่วย mg/dL ที่ ADA จัดเป็นภาวะก่อนเบาหวาน[7]
- 5.7–6.4 %
- ช่วง HbA1c ที่ ADA จัดเป็นภาวะก่อนเบาหวาน วัดได้โดยไม่ต้องงดอาหาร[7]
- < 55
- เป้าหมาย LDL หน่วย mg/dL สำหรับผู้ที่ความเสี่ยงสูงมาก ตามแนวทางยุโรปปี 2019[11]
- ช่วงอ้างอิงที่ที่คนสุขภาพดีส่วนใหญ่อยู่ เมื่อใช้วิธีตรวจของห้องแล็บนั้น อยู่นอกช่วงเล็กน้อยพบได้บ่อยในคนสุขภาพดี
- เกณฑ์วินิจฉัยค่าที่สมาคมการแพทย์ตกลงกัน เช่น เบาหวานวินิจฉัยเมื่อน้ำตาลหลังงดอาหาร 126 mg/dL ขึ้นไป หรือ HbA1c 6.5% ขึ้นไป
- เป้าหมายการรักษาค่าที่ผูกกับความเสี่ยงของคุณ แนวทางยุโรปปี 2019 กำหนด LDL ต่ำกว่า 116 mg/dL ในผู้ใหญ่ความเสี่ยงต่ำ และต่ำลงเรื่อย ๆ ตามระดับความเสี่ยง
- ค่าวิกฤตค่าที่ผิดปกติมากจนห้องแล็บต้องแจ้งแพทย์ทันที ที่โรงพยาบาลศิริราชพบราวร้อยละ 1.1 ของการตรวจในหนึ่งเดือน
อะไรทำให้ช่วงค่าปกติเปลี่ยน
เพศและอายุเปลี่ยนค่าหลายรายการโดยตรง ฮีโมโกลบินของเด็กชายและเด็กหญิงใกล้กันจนถึงวัยรุ่นแล้วจึงแยกกัน การตั้งครรภ์ทำให้เกณฑ์ต่ำลงอีก ส่วนเด็กมีค่าปกติของตัวเองในหลายรายการ ไม่ควรอ่านผลของเด็กเทียบกับตารางผู้ใหญ่แบบนี้
อีกสองอย่างที่มองไม่เห็นบนใบผล อย่างแรกคือวิธีตรวจ การเปลี่ยนโรงพยาบาลระหว่างติดตามผลอาจทำให้ตัวเลขขยับโดยที่ร่างกายไม่ได้เปลี่ยน อย่างที่สองคือเวลา TSH สูงที่สุดช่วงเช้าตรู่ ในข้อมูลโรงพยาบาลขนาดใหญ่ค่าตอนบ่ายต่ำกว่าตอน 7 โมงเช้าได้ถึงราวหนึ่งในสี่ การเจาะเลือดตอนเช้าจึงทำให้เทียบผลได้ง่ายขึ้น
อย่างที่สามคือการเตรียมตัว คำแนะนำของยุโรปเรื่องการเจาะเลือดถือว่าการเตรียมตัวรวมถึงการงดอาหารเป็นส่วนหนึ่งของผลที่เชื่อถือได้ ถ้าค่าที่ถูกทำเครื่องหมายอาจขยับเพราะอาหาร เวลา หรือการเปลี่ยนห้องแล็บ การถามว่าควรตรวจซ้ำในเงื่อนไขเดิมหรือไม่จึงสมเหตุสมผล
ค่าที่ดีที่สุด กับสัญญาณที่ควรรีบปรึกษาแพทย์
ตารางที่สัญญาว่าเป็นค่าที่ดีที่สุดตอบคำถามคนละข้อกับช่วงอ้างอิง ช่วงอ้างอิงบรรยายคนสุขภาพดี ส่วนเกณฑ์บางอย่างถูกเลือกเพื่อจุดประสงค์เฉพาะ จึงต่างกันได้สำหรับการตรวจเดียวกัน อย่าใช้ตัวเลขเหล่านี้ตัดสินใจรักษาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์
สัญญาณที่ควรใส่ใจจริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่ตัวอักษรตัวเดียว แต่อยู่ที่รูปแบบ ได้แก่ ค่าที่อยู่นอกช่วงไปไกลมาก หลายรายการที่เกี่ยวข้องกันขยับไปทางเดียวกัน ค่าที่เปลี่ยนชัดเจนจากครั้งก่อน หรือค่าผิดปกติที่มาพร้อมอาการ สำหรับค่าที่อันตรายจริง ห้องปฏิบัติการของโรงพยาบาลอย่างศิริราชแจ้งค่าวิกฤตทางโทรศัพท์ไปยังทีมผู้ดูแลโดยไม่ต้องรอคุณ งานศึกษาที่ศิริราชพบค่าวิกฤต 2,722 ครั้งจาก 253,537 การตรวจในหนึ่งเดือน
ชุดตรวจที่ยาวกว่าไม่ได้ปลอดภัยกว่า การทบทวนอย่างเป็นระบบของ Cochrane ในผู้ใหญ่ 251,891 คนพบว่าการตรวจสุขภาพทั่วไปแทบไม่มีผลต่อการเสียชีวิต ขณะที่ทุกรายการที่เพิ่มคือโอกาสได้เครื่องหมายอีกหนึ่งตัวที่ต้องอธิบาย
สิ่งที่ใบผลแล็บควรบอกคุณ
ค่า ช่วง และเครื่องหมาย ทิ้งส่วนที่ยากที่สุดไว้ให้คุณ คือการตัดสินว่าสำคัญหรือไม่ บทความทบทวนที่อ้างข้างต้นเสนอว่าใบผลควรบอกเป็นคำง่าย ๆ เช่น ไม่น่ากังวล คุยกันในนัดครั้งหน้า หรือควรติดต่อแพทย์โดยเร็ว บทความทบทวนของไทยก็พบปัญหาเดียวกันจากอีกด้าน คือแพทย์มักสรุปผลสั้น ๆ ว่า ปกติ หรือ ไขมันสูง โดยไม่บอกว่าสูงเท่าไหร่
รูปแบบการแสดงผลก็ช่วยได้ การทบทวนอย่างเป็นระบบปี 2024 จาก 18 งานวิจัยพบว่าการแสดงค่าเป็นแถบแนวนอนเทียบกับช่วงอ้างอิงช่วยให้เข้าใจดีขึ้น และทำให้คนค้นหาข้อมูลออนไลน์หรือโทรหาแพทย์น้อยลงเมื่อเทียบกับการแสดงแค่ตัวเลข
พกคำถามสี่ข้อไปพบแพทย์ ค่าอยู่นอกช่วงไปมากแค่ไหน ไปทางไหน รายการที่เกี่ยวข้องเห็นด้วยหรือไม่ และเทียบกับครั้งก่อนเป็นอย่างไร คำถามเหล่านี้เปลี่ยนตารางทั่วไปให้กลายเป็นการคุยเรื่องตัวคุณ