เม็ดเลือดสามกลุ่ม ไม่ใช่คำตัดสินยี่สิบข้อ

การตรวจ CBC หรือการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด วัดเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือด ส่วนการแยกชนิดเม็ดเลือดขาว (differential) แบ่งเม็ดเลือดขาวออกเป็นห้าชนิด ได้แก่ นิวโทรฟิล ลิมโฟไซต์ โมโนไซต์ อีโอซิโนฟิล และเบโซฟิล บรรทัดอื่น ๆ บนใบผลอธิบายสามกลุ่มนี้ เช่น ฮีโมโกลบิน ฮีมาโตคริต และ MCV สำหรับเม็ดเลือดแดง

ใบผลแล็บที่มีสิบสองหรือยี่สิบบรรทัดจึงไม่ใช่ผลตรวจสิบสองหรือยี่สิบข้อ แต่เป็นคำถามสามข้อพร้อมรายละเอียดประกอบ และรายละเอียดเหล่านั้นคือสิ่งที่ทำให้ตอบคำถามแต่ละข้อได้

มีภาพเปรียบเทียบสองภาพที่ช่วยแยกกลุ่มให้ชัด นิวโทรฟิลคือแนวหน้า เหมือนนักดับเพลิงที่มาถึงที่เกิดเหตุก่อนใคร ส่วนเกล็ดเลือดคือแผ่นปะเล็ก ๆ ของเลือด เหมือนแผ่นปะที่อุดยางรถที่รั่ว

CBC ธรรมดา กับ CBC ที่แยกชนิดเม็ดเลือดขาว

CBC แบบธรรมดาให้จำนวนเม็ดเลือดขาวรวมเพียงค่าเดียว ส่วน CBC ที่แยกชนิดเม็ดเลือดขาวจะนับแต่ละชนิดด้วย ซึ่งทำให้ค่ารวมที่สูงหรือต่ำกลายเป็นคำถามที่เริ่มตอบได้ ในใบผลแล็บไทยมักพิมพ์เป็นเปอร์เซ็นต์ของแต่ละชนิดต่อจากจำนวนเม็ดเลือดขาวรวม

แต่ละชนิดมีหน้าที่ต่างกัน ค่ารวมเท่ากันจึงอาจมีความหมายต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าเซลล์ชนิดไหนเป็นตัวทำให้สูงหรือต่ำ

  1. นิวโทรฟิลเม็ดเลือดขาวที่พบมากที่สุด และเป็นแนวป้องกันหลักเมื่อแบคทีเรีย ไวรัส หรือเชื้ออื่นเข้าสู่ร่างกาย
  2. ลิมโฟไซต์เซลล์บีต่อสู้กับไวรัส แบคทีเรีย และสารพิษที่เข้ามา เซลล์ทีบางชนิดทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อ
  3. โมโนไซต์กำจัดเชื้อโรค ช่วยเสริมการตอบสนองของภูมิคุ้มกัน และเก็บกวาดเซลล์ที่ตายแล้ว
  4. อีโอซิโนฟิลและเบโซฟิลป้องกันพยาธิ และมีส่วนในปฏิกิริยาภูมิแพ้และโรคหืด

บรรทัดไหนต้องดูคู่กัน

ฮีโมโกลบินคู่กับ MCV คือคู่คลาสสิก ฮีโมโกลบินต่ำบอกว่ามีภาวะซีด ส่วน MCV เริ่มบอกว่าเป็นแบบไหน เม็ดเลือดแดงเล็กชี้ไปทางหนึ่ง เม็ดเลือดแดงใหญ่ชี้อีกทางหนึ่ง และค่าเฟอร์ริตินในใบผลเดียวกัน ถ้าได้สั่งตรวจไว้ มักช่วยตัดสินได้

เม็ดเลือดขาวดูทั้งค่ารวมและสัดส่วน ค่ารวมที่สูงเพราะนิวโทรฟิลชี้ไปทางหนึ่ง ค่ารวมที่สูงเพราะลิมโฟไซต์ชี้อีกทางหนึ่ง และไม่มีแบบไหนเป็นการวินิจฉัยในตัวเอง

เกล็ดเลือดดูคู่กับดัชนีของมันเอง คือปริมาตรเฉลี่ยของเกล็ดเลือด (MPV) ซึ่งบอกขนาดเฉลี่ยของเกล็ดเลือด ไม่ใช่จำนวน

CBC ช่วยบอกสัญญาณของอะไรได้บ้าง

CBC เป็นการมองภาพกว้างครั้งแรก ไม่ใช่การตรวจหาโรคใดโรคหนึ่ง บรรทัดของเม็ดเลือดแดงแสดงภาวะซีดได้ บรรทัดของเม็ดเลือดขาวชี้ไปทางการติดเชื้อ การอักเสบหรือภูมิแพ้ หรือปัญหาในไขกระดูก ส่วนเกล็ดเลือดช่วยอธิบายอาการช้ำง่ายหรือเลือดออกง่าย โรงพยาบาลในไทยใช้ CBC ประกอบการวินิจฉัยภาวะโลหิตจาง ธาลัสซีเมีย และมะเร็งเม็ดเลือดขาว ร่วมกับการตรวจอื่น

สาเหตุที่เป็นไปได้มีมากทั้งสองทิศ เม็ดเลือดขาวสูงอาจมาจากการติดเชื้อ โรคอักเสบหรือภูมิต้านตนเอง ปฏิกิริยาภูมิแพ้ ยากลุ่มสเตียรอยด์ หรือมะเร็งเม็ดเลือด เม็ดเลือดขาวต่ำอาจตามมาหลังยาปฏิชีวนะบางชนิด เคมีบำบัด HIV หรือโรคไขกระดูก ความกว้างนี้เองที่ทำให้การแยกชนิด กลุ่มอื่น ๆ และเหตุผลของการตรวจ สำคัญกว่าค่ารวมค่าเดียว

ทำไมคนสุขภาพดีก็เจอเครื่องหมายผิดปกติได้

CBC มีหลายบรรทัด และช่วงค่าอ้างอิงแต่ละช่วงกำหนดให้คนสุขภาพดีราว 1 ใน 20 คนอยู่นอกช่วง ในการตรวจที่ยาวขนาดนี้ การเจอเครื่องหมายสักบรรทัดในคนที่แข็งแรงดีจึงมีโอกาสมากกว่าไม่เจอ

ชีวิตประจำวันก็ทำให้ค่าเหล่านี้ขยับ อาหาร การออกกำลังกาย ยา ประจำเดือน และการดื่มน้ำไม่พอ ล้วนเปลี่ยนผล CBC ได้ และค่าที่ผิดปกติไม่ได้แปลว่าเป็นโรคที่ต้องรักษาเสมอไป

การสูบบุหรี่คือคำอธิบายที่มักไม่มีใครพูดถึง การศึกษาที่เทียบคนสุขภาพดีที่สูบบุหรี่กับไม่สูบ พบว่าผู้สูบมีเม็ดเลือดขาว ฮีโมโกลบิน และฮีมาโตคริตสูงกว่า และยิ่งสูบมากยิ่งสูง เม็ดเลือดขาวที่สูงในคนสูบบุหรี่จึงมักมีสาเหตุที่ง่ายกว่าการติดเชื้อ

MCV ต่ำในคนไทย: ธาลัสซีเมียแฝงหรือขาดธาตุเหล็ก

มีเครื่องหมายหนึ่งที่ควรได้หัวข้อของตัวเอง เพราะถูกตีความผิดบ่อยในประเทศไทย เม็ดเลือดแดงที่เล็กกว่าปกติ (MCV ต่ำ) อาจมาจากธาลัสซีเมียแฝงหรือพาหะฮีโมโกลบินอี ซึ่งพบบ่อยมากในไทย หรือมาจากการขาดธาตุเหล็กก็ได้ ในหญิงตั้งครรภ์ที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ 25.4% เป็นพาหะธาลัสซีเมียหรือฮีโมโกลบินอี

สองสาเหตุนี้ดูคล้ายกันบนใบผล CBC แต่ดูแลต่างกัน การแยกต้องใช้การตรวจเพิ่ม เช่น เฟอร์ริตินหรือการตรวจชนิดฮีโมโกลบิน และบางคนเป็นพาหะมากกว่าหนึ่งแบบพร้อมกัน ถ้า MCV ของคุณต่ำทุกครั้งที่ตรวจแต่รู้สึกปกติดี เป็นคำถามที่สมควรนำไปถามแพทย์ ไม่ใช่เหตุให้ซื้อยาบำรุงเลือดมากินเอง

25.4%
หญิงตั้งครรภ์ที่เชียงใหม่ที่เป็นพาหะธาลัสซีเมียหรือฮีโมโกลบินอี[6]
12.6%
ผู้ที่เป็นพาหะฮีโมโกลบินอีที่เชียงรายซึ่งเป็นพาหะแอลฟาธาลัสซีเมียร่วมด้วย[7]

ผล CBC แบบไหนควรกังวล

ถามว่าห่างจากช่วงปกติแค่ไหน ไม่ใช่แค่ว่าอยู่นอกช่วงหรือไม่ เกล็ดเลือด 145 เมื่อขอบล่างคือ 150 กับเกล็ดเลือด 40 อาจพิมพ์ตัวอักษรเดียวกัน แต่ความหมายต่างกันโดยสิ้นเชิง (หน่วย ×10³/µL)

จากนั้นเทียบกับผล CBC ครั้งก่อนของคุณเองถ้ามี ค่าที่คงที่และอยู่นอกช่วงเล็กน้อยทุกครั้ง ต่างจากค่าเดียวกันที่เพิ่งปรากฏครั้งแรก

สิ่งที่ควรคุยกับแพทย์โดยไม่รอ ได้แก่ ค่าที่ห่างจากช่วงมาก หลายกลุ่มผิดปกติพร้อมกัน เช่น เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดต่ำในใบผลเดียวกัน หรือเครื่องหมายที่มาพร้อมไข้ ช้ำง่ายผิดปกติ หรือเลือดออก